SROI Best Practice: เมื่อต้องตีค่าอิสระภาพของเด็กตาบอดเป็นตัวเงิน
ในบทความที่แล้ว เราได้ชวนคุยถึงกับดักของการทำ SROI กันไปแล้วว่า หากดันทุรังทำในบริบทที่ไม่พร้อม อาจจะได้แค่ตัวเลขลวงตามาปลอบใจตัวเอง วันนี้เราอยากพาไปดูเคสจากสหราชอาณาจักร ขององค์กร Guide Dogs UK กับรายงาน SROI ของโครงการบริการฝึกทักษะการใช้ชีวิต สำหรับเด็กและเยาวชน ที่ตีพิมพ์ในช่วงปี 2020-2021
โดยบริการ Habilitation หรือการสร้างทักษะชีวิต ของ Guide Dogs UK คือจิกซอว์ชิ้นสำคัญที่คนมักมองข้าม เพราะมันไม่ใช่โครงการแจกสุนัขนำทาง แต่คือหลักสูตรฝึกอบรมเข้มข้นที่ออกแบบมาเพื่อเด็กและเยาวชนผู้บกพร่องทางการมองเห็นตั้งแต่แรกเกิด โดยเน้นสอนทักษะที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมีเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งแบ่งเป็น 2 แกนหลัก คือ ทักษะการสร้างความคุ้นเคยและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility - O&M) เช่น การใช้ไม้เท้าขาว การจดจำเส้นทางเดินรถเมล์ หรือการข้ามถนนอย่างปลอดภัย และ ทักษะการดำเนินชีวิตอิสระ (Independent Living Skills - ILS) ที่สอนเรื่องละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การต้มน้ำร้อนไม่ให้ลวกมือ การจับคู่เสื้อผ้า ไปจนถึงการบริหารจัดการเงิน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนเด็กที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ 100% ให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง
ทำไมต้องเป็นเคสนี้ เพราะโจทย์ของพวกเขาคือสิ่งที่คนทำงานภาคสังคมมักจะส่ายหัวเมื่อต้องตีค่าเป็นตัวเงิน นั่นคือการวัดมูลค่าของอิสรภาพและความมั่นใจในตัวเองของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งดูเป็นนามธรรมจับต้องยาก แต่พวกเขากลับทำออกมาได้อย่างมีหลักการ จนได้ตัวเลข SROI ที่ 1 : 7.13 (ลงทุน 1 ปอนด์ ได้ผลตอบแทนคืนมา 7.13 ปอนด์) โดยที่ไส้ในของรายงาน SROI ไม่ได้ดูเกินจริงเลย
นี่คือ 3 บทเรียนสำคัญที่เราสรุปได้จากความสำเร็จของรายงานฉบับนี้
1. เลิกวัดแค่สิ่งของแต่วัดที่ชีวิตที่เปลี่ยนไป
หลุมพรางแรกที่หลายคนพลาดคือการโฟกัสที่ Output หรือสิ่งของที่ส่งมอบ สำหรับ Guide Dogs ถ้าพวกเขาวัดแค่ว่าส่งมอบสุนัขนำทางไปกี่ตัว มูลค่าทางสังคมคงต่ำมากแน่ๆ
แต่สิ่งที่พวกเขาทำคือการขยับไปวัดที่ Habilitation หรือการสอนทักษะชีวิต ตั้งแต่การต้มน้ำร้อน การข้ามถนน ไปจนถึงการเดินทางด้วยตัวเอง สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การให้สุนัข แต่มันคือการให้ เครื่องมือในการมีชีวิต ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ คือการลดการพึ่งพาผู้อื่น
อย่าตีมูลค่าแค่สิ่งที่คุณให้ แต่จงตีมูลค่าชีวิตใหม่ที่ผู้รับได้รับจากสิ่งนั้น
2. หา Financial Proxy ที่สมเหตุสมผลด้วยแนวคิด Cost Avoidance
ความท้าทายที่สุดของ SROI คือการแปลงนามธรรมเป็นตัวเงิน ในเคสนี้ แทนที่พวกเขาจะสมมติตัวเลขความสุขของเด็กขึ้นมาลอยๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตั้งคำถามจากสัง
คมมาก พวกเขาเลือกใช้แนวคิดต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ หากถามว่าถ้าเด็กคนหนึ่งดูแลตัวเองไม่ได้ รัฐและครอบครัวต้องจ่ายเท่าไหร่ คำตอบคือ ค่าจ้างผู้ดูแล ค่าสถานสงเคราะห์ระยะยาว หรือค่ารักษาพยาบาลจิตเวชหากเด็กเกิดภาวะซึมเศร้าจากการไปไหนไม่ได้
Guide Dogs ใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวแทนค่าทางการเงิน (Financial Proxy) ของคำว่าอิสรภาพ มันคือตรรกะที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า เพราะเด็กทำเองเป็น รัฐจึงไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าดูแลส่วนนี้ การอ้างอิงแบบนี้มีน้ำหนักกว่าการอ้างอิงความรู้สึก และเป็นภาษาที่แหล่งทุนหรือภาครัฐเข้าใจทันที
3. มองให้เห็นคนข้างหลัง
ความเจ๋งอีกอย่างของเคสนี้ คือการไม่มองแค่ตัวเด็กที่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรง แต่พวกเขามองเห็น พ่อแม่ของเด็กด้วย
เมื่อลูกดูแลตัวเองได้ พ่อแม่มีความเครียดลดลง และที่สำคัญคือได้เวลากลับคืนมา เวลาที่เคยต้องคอยรับส่งหรือดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเปลี่ยนไปเป็นเวลาพักผ่อนหรือเวลาทำงานหารายได้
รายงานฉบับนี้ตีมูลค่าเวลาของพ่อแม่ที่ได้คืนมาด้วย ซึ่งสะท้อนความจริงของปัญหาสังคมที่ว่า ความพิการของคนหนึ่งคน มักกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้งครอบครัว การแก้ที่จุดหนึ่งจึงสร้างแรงกระเพื่อม ไปสู่คนรอบข้างอย่างมหาศาล
บทสรุป ตัวเลขสูงไม่สำคัญเท่าที่มาที่ซื่อสัตย์
สุดท้าย แม้ตัวเลข 1 : 7.13 จะดูสูงและน่าประทับใจ แต่สิ่งที่ทำให้ SROI ฉบับนี้น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่คือกระบวนการคิดที่อยู่เบื้องหลัง
พวกเขากล้าที่จะหักลบสิ่งที่เป็น Deadweight คือพัฒนาการที่เด็กอาจจะโตขึ้นเองตามธรรมชาติ และ Attribution ซึ่งคือเครดิตที่ควรยกให้โรงเรียนหรือครูคนอื่น ออกจากการคำนวณ เพื่อไม่ให้เคลมผลงานเกินจริง
กรณีศึกษาของ Guide Dogs UK บอกเราว่า การทำ SROI ให้ดี ไม่ใช่การพยายามปั้นแต่งตัวเลขให้ดูคุ้มทุนที่สุด แต่คือการพยายามอธิบายคุณค่าของสิ่งที่เราทำ ให้ไปเชื่อมโยงกับต้นทุนจริงของสังคมด้วยตรรกะที่ยอมรับได้
หากคุณกำลังพยายามทำ SROI ลองทบทวนกับตัวเองดูว่า ตัวแทนค่าทางการเงินที่คุณเลือกมาใช้นั้น เป็นแค่ตัวเลขสมมติให้ดูดี หรือเป็นตัวเลขที่สะท้อนความจริงของภาระที่หายไปจากสังคมจริงๆ กันแน่
ที่มา
Guide Dogs UK Annual Report regarding Habilitation Services impact. https://www.guidedogs.org.uk/about-us/finance-governance/reports-accounts-and-annual-reviews/
NEF Consulting. (2019). Social Return on Investment of the Guide Dogs’ habilitation service. (Available at: https://www.nefconsulting.com/sroi-guide-dogs/)