องค์กรของคุณอาจยังไม่เหมาะจะทำ SROI ทำไมการฝืนทำ SROI อาจสร้างภาพลวงตามากกว่าความจริง

ในแวดวงการทำงานเพื่อสังคมยุคปัจจุบัน SROI ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่หลายองค์กรตั้งเป้าไว้ การสามารถบอกได้ว่าลงทุน 1 บาท สร้างผลตอบแทนคืนสู่สังคมได้กี่บาท เป็นเรื่องที่ดึงดูดใจทั้งผู้บริหารและแหล่งทุน

แต่ในขณะที่เรากำลังมุ่งมั่นกับตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ มีข้อเท็จจริงหนึ่งที่คนทำงานหน้างานควรตระหนักร่วมกัน คือ SROI ไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับทุกบริบท และในบางสถานการณ์ การพยายามตีค่าความดีเป็นตัวเงิน อาจสร้างความซับซ้อนโดยไม่จำเป็น

บทความนี้อยากชวนทุกคนมาสำรวจข้อจำกัดและความเหมาะสมของการประเมินผลด้วยเครื่องมือและแนวคิดของ SROI

บทเรียนจากงานวิจัย: ระวังจะได้ผลประเมินปลอม ไว้หลอกตัวเอง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราขอยกตัวอย่างงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nonprofit Management & Leadership เผยแพร่ในปี 2020 โดยศึกษาเจาะลึกกรณีศึกษาขององค์กรเพื่อสังคมในประเทศแถบยุโรปเหนือแห่งหนึ่ง ที่ทำงานด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง เช่น การบูรณะอาคารประวัติศาสตร์และศาลากลางเก่า ซึ่งพยายามนำเครื่องมือ SROI มาใช้เพื่อแปลงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้เป็นตัวเลขทางการเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ท้ายที่สุดทางองค์กรตัดสินใจยุติการใช้เครื่องมือนี้ เพราะตัวเลขที่คำนวณออกมาดูเหมือนจะชัดเจน (การแสดงสัดส่วนเงินลงทุนและผลประโยชน์ทางสังคมที่ได้รับ) แต่ไส้ในกลับเต็มไปด้วยการคาดเดาที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ข้อจำกัดสำคัญในการหาตัวแทนค่าทางการเงิน (Financial Proxy) ที่น่าเชื่อถือสำหรับสิ่งที่เป็นนามธรรม และความยากลำบากในการพิสูจน์ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากโครงการของตนเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่า SROI อาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับทุกบริบทการประเมินจริง ๆ

จากกรณีศึกษานี้ และคำแนะนำของ Heidi Fisher เราสรุปจุดสังเกต 3 ข้อ เพื่อให้คุณใช้ประเมินว่า องค์กรของคุณควรหรือยังไม่ควร ทำ SROI

ข้อแรก เมื่อคุณค่าที่ทำ เป็นเรื่องนามธรรมและจิตวิญญาณ

ความท้าทายสูงสุดของการทำ SROI คือการหาตัวแทนค่าทางการเงิน กรณีที่สามารถสะท้อนผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน คือ หากงานของท่านเกี่ยวกับ สุขภาพ ซึ่งทำให้คนลดค่ารักษาพยาบาล การจ้างงานที่ทำให้คนมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือมีทักษะอาชีพ สิ่งเหล่านี้มีราคาตลาดรองรับชัดเจน กรณีที่ต้องระวังความคลุมเครือและการกล่างอ้างเกินจริง เช่น หากงานของท่านเกี่ยวข้องกับ ศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ ความภาคภูมิใจ หรือสุนทรียภาพในการใช้ชีวิต งานวิจัยของ Nielsen ชี้ว่าสิ่งเหล่านี้ประเมินค่าเป็นเงินได้ยากมาก

การพยายามยัดเยียดมูลค่าสมมติลงไปในสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ เช่น การตีราคาความรู้สึกอิ่มเอมใจเมื่อได้ทำบุญ มักจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ขาดความน่าเชื่อถือ และใช้ประโยชน์จริงได้น้อย อีกทั้งยังลดทอนคุณค่าในตัวของผลการประเมินทั้งหมดลงไปในพริบตา

ข้อที่สอง เมื่อโจทย์คือสังคมวงกว้างจนระบุตัวตนยาก

ความแม่นยำของ SROI ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้หรือไม่ว่าใครได้ประโยชน์ และผลลัพธ์นั้นเกิดจากโครงการที่เราทำ จริงๆ หรือไม่

งานวิจัยพบว่า ยิ่งโครงการมีกลุ่มเป้าหมายกว้าง เช่น คนทั่วไปในสังคม หรือวัตถุประสงค์ที่กว้าง เช่น ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ยิ่งยากที่จะพิสูจน์ว่าความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นนั้นเกิดจากโครงการของเรา หรือเกิดจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ราคาที่ดินในย่านเมืองเก่าสูงขึ้น อาจเป็นเพราะโครงการอนุรักษ์ตึกของคุณ หรือเป็นเพราะรัฐบาลตัดถนนเส้นใหม่ หากแยกแยะตรงนี้ไม่ได้ ตัวเลข SROI จะเฟ้อเกินจริงทันที ปัญหาของการหาเจ้าของผลลัพธ์ที่แท้จริง เกิดขึ้นอยู่เสมอ มีทั้งคนที่ไม่กล้าเคลมผลลัพธ์ และคนที่จ้องจะเคลมผลลัพธ์เกินจริง

ข้อสุดท้าย เมื่อแหล่งทุนต้องการเรื่องราวมากกว่าตัวเลข

สุดท้ายคือการกลับมาดูที่ผู้สนับสนุนของคุณ โดย Heidi Fisher ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ถ้าแหล่งทุนเป็นภาครัฐ ภาครัฐมักสนใจ SROI เพราะต้องการเห็นการประหยัดงบประมาณ แต่ถ้าแหล่งทุนเป็นผู้บริจาครายย่อยหรือมูลนิธิ กลุ่มนี้มักให้ความสำคัญกับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลง และข้อมูลเชิงคุณภาพมากกว่าตัวเลขทางการเงิน กล่าวคือ เงินของพวกเขาเดินทางไปสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรมาแล้วบ้าง หากแหล่งรายได้หลักของท่านมาจากกลุ่มนี้ การทำรายงาน SROI ที่ซับซ้อนอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด

ทางสายกลางคือทางออก

การที่องค์กรของคุณอาจไม่เหมาะกับการทำ SROI ในเวลานี้ไม่ได้หมายความว่างานของคุณไม่มีคุณค่า แต่หมายถึงคุณอาจต้องเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกว่าในการสื่อสารคุณค่านั้น

Heidi Fisher แนะนำแนวทาง Balanced Approach  หรือทางสายกลางคือ ใช้ตัวเลขทางการเงินในมิติที่วัดได้จริงและมีข้อมูลรองรับ และใช้การเล่าเรื่องเพื่ออธิบายคุณค่าเชิงลึกที่ตัวเลขเอื้อมไปไม่ถึงหรืออธิบายด้วยเงินไม่ได้

เพราะในท้ายที่สุด การประเมินผลที่ดีที่สุด ไม่ใช่การประเมินให้ได้ตัวเลขที่ดูดีที่สุด แต่คือการวัดที่สะท้อนความจริง ของสิ่งที่คุณทำให้กับสังคมได้อย่างซื่อตรงและจริงใจที่สุด

ที่มา:

Fisher, H. (2024). To monetise or not? Make an Impact CIC. (https://www.makeanimpactcic.co.uk/to-monetise-or-not)

Nielsen, J. G., Lueg, R., & Van Liempd, D. (2020). Challenges and boundaries in implementing social return on investment: An inquiry into its situational appropriateness. Nonprofit Management and Leadership. (https://www.researchgate.net/publication/343776401_Challenges_and_boundaries_in_implementing_social_return_on_investment_An_inquiry_into_its_situational_appropriateness)

Previous
Previous

SROI Best Practice: เมื่อต้องตีค่าอิสระภาพของเด็กตาบอดเป็นตัวเงิน

Next
Next

Why Use SROI? : ไขคำตอบ 6 ข้อ ทำไม SROI ถึงสำคัญต่อการประเมินผลตอบแทนทางสังคม